Car Thailand

ชัวร์ก่อนแชร์ รถยนต์ – ชัวร์ก่อนแชร์ : สตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ 10 นาที เป็นการชาร์จแบตเตอรี่ เป็นความเชื่อที่ผิด จริงหรือ ?

มาดูบทความ “ชัวร์ก่อนแชร์ รถยนต์ – ชัวร์ก่อนแชร์ : สตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ 10 นาที เป็นการชาร์จแบตเตอรี่ เป็นความเชื่อที่ผิด จริงหรือ ?” ที่รวบรวมโดย Đại Lý Suzuki Đại Lợi จากแหล่งต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต ผู้แต่ง ชัวร์ก่อนแชร์ Sure And Share มียอดวิวสูงบนแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์ก

การอ้างอิงวิดีโอ ชัวร์ก่อนแชร์ รถยนต์ – ชัวร์ก่อนแชร์ : สตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ 10 นาที เป็นการชาร์จแบตเตอรี่ เป็นความเชื่อที่ผิด จริงหรือ ?

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ชัวร์ก่อนแชร์ รถยนต์ – ชัวร์ก่อนแชร์ : สตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ 10 นาที เป็นการชาร์จแบตเตอรี่ เป็นความเชื่อที่ผิด จริงหรือ ?

บนโซเชียลแชร์ข้อความว่ารอสตาร์ทเครื่องแล้วปล่อยทิ้งไว้ครั้งละ 10 นาทีเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ เป็นความเชื่อที่ผิด ที่จริงสตาร์ทรถแล้วจอดไว้ 10 นาทีไม่ช่วยชาร์จแบตเลย เพราะเครื่องไม่สูงพอ เวลาไม่นานพอและการสตาร์ทแต่ละครั้งใช้พลังงานจากแบตเตอรี่มาก 🎯 ตรวจสอบกับ ดร.นพดล กลิ่นทอง ที่ปรึกษาสมาชิกอุ่นใจ 🔎 ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย พงษ์กิตติ์ เชิดชูวงศ์ —- — —————————————————- 📌 สรุป: ✅ แชร์ได้แน่นอน ✅ Q : สตาร์ทเครื่องครั้งละ 10 นาที เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พวกเขาแบ่งปัน จริงหรือไม่? ตอบ: จริงค่ะ การสตาร์ทรถเพียง 10 นาทีไม่เพียงพอที่จะทำให้แบตเตอรี่ชาร์จเต็มได้ ถาม: เขาบอกว่าการสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ไม่ได้ทำให้รอบเครื่องยนต์สูงพอ เนื่องจากเครื่องยนต์จะทำงานที่รอบเดินเบาที่ประมาณ 700-900 รอบต่อนาที กระแสไฟก็จะเพียงพอที่จะป้อนให้กับระบบต่างๆ ในรถเท่านั้น แต่อาจจะไม่เพียงพอในการส่งไปยังแบตเตอรี่ การชาร์จแบตเตอรี่ จำเป็นต้องเร่งเครื่องยนต์ให้รอบสูง 1,500-2,000 รอบต่อนาที แล้วเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับจะชาร์จแบตเตอรี่อย่างไร? มันจะชาร์จที่แรงดันไฟฟ้าต่ำสุด ต่ำที่สุดที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับสามารถผลิตได้ นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะชาร์จแบตเตอรี่ได้ประมาณหนึ่งโวลต์มากกว่าที่ชาร์จ ถ้าวัดเป็นแรงเคลื่อนไฟฟ้า ส่วนรอบประมาณ 1,500 รอบขึ้นไป หรือ 1,000 รอบขึ้นไป จะเป็นค่าสูงสุดเพราะว่าไดชาร์จใหม่ถูกควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นหากมากกว่า 1,000 รอบขึ้นไป จะทำให้เครื่องชาร์จเข้าระบบที่เรียกว่า maximum ซึ่งเป็นค่าสูงสุดประมาณ 14 โวลท์ ประมาณ 14 – 15 โวลท์ นี่เป็นเรื่องจริง นานพอ 10 นาทีอาจไม่นานพอที่จะชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม? ตอบ: นั่นเป็นเรื่องจริงเช่นกัน เพราะอย่าลืมเดินเบา ๆ นะ ที่รอบเดินเบาเราไม่มีอัตราเร่งเลย อยู่ที่ประมาณ 700 – 900 รอบต่อนาที กระแสสลับจึงอยู่ที่ประมาณ 13 โวลต์เท่านั้น และจะใช้เวลาเพียง 10 นาทีหากแบตเตอรี่ของเราเหลือน้อยจริงๆ จะไม่สามารถชาร์จจนเต็มได้ภายใน 10 นาทีอย่างแน่นอน ถาม: เขายังกล่าวอีกว่าการสตาร์ทแต่ละครั้งใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เป็นจำนวนมาก ลองนึกภาพว่าคุณใช้ถังตักน้ำออกจากถัง แต่คุณไม่ได้เติมน้ำกลับเข้าไป ทำต่อไปแล้วแบตเตอรี่จะหมด ดังนั้นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดในการดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ที่จอดอยู่เป็นเวลานานคือการใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ เพราะการสตาร์ทแต่ละครั้งจะใช้กระแสไฟค่อนข้างสูง เพราะตัวหลักคือมอเตอร์สตาร์ทกินไฟตั้งแต่ 30 ถึง 80 แอมป์ รถบางคันอาจถึง 100 แอมป์ในรถคันใหญ่ด้วย ดังนั้นการสตาร์ทแต่ละครั้งจะดึงไฟจำนวนมากที่เขาห้ามไว้ เขาไม่ให้เปิดสวิตช์แอร์ไว้ ห้ามเปิดไฟหน้าขณะสตาร์ทรถ หากมีที่ชาร์จแบตเตอรี่ให้ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้ดียิ่งขึ้น เพราะปริมาณ ถ้าเป็นตัวเลขหรือเข็มก็แล้วแต่คุณ ถ้าชาร์จเยอะ สังเกตว่าจำนวนแอมป์จะเยอะไปซักพัก ถ้าแบตใกล้เต็มก็ใกล้ศูนย์ แอมป์ที่แสดงไว้ใกล้ศูนย์ แสดงว่าแบตเตอรี่ของเราชาร์จเต็มแล้ว แบบนี้ก็ดี ควรมีติดบ้านไว้ก็ดี ปัจจุบันราคาก็ไม่แพง มีคำแนะนำเพิ่มเติมเช่นนี้หรือไม่? A : วิธีที่ง่ายที่สุดคือแทนที่จะสตาร์ทรถในบ้านเรา เราอาจใช้รถนั้นขับตามถนนจ่ายค่าข้าวไปทำธุระในบริเวณใกล้เคียงได้ตั้งแต่ 10-20 กิโลเมตร ดีกว่าจะคุ้มกว่า เพราะชาร์จนานจะทำให้แบตใช้งานได้สมบูรณ์ ระบบชาร์จจะชาร์จเราด้วยเช็คกับระบบชาร์จด้วยระบบไฟฟ้าต่างๆ อันนี้เป็นสิ่งที่ดี ระหว่างขับรถ ถ้าเป็นตอนกลางวัน แนะนำให้ลองเปิดไฟหน้า เปิดโหลดไฟฟ้าทั้งหมดเพื่อดูว่าไฟแบตเตอรี่ยังดับตามปกติหรือไม่ นั่นหมายความว่าไฟชาร์จของเราเป็นปกติ เนื่องจากน้ำมันเครื่องต่างๆ มีการเคลื่อนตัวของชิ้นส่วนต่างๆ น้ำมันเครื่องที่ตกตะกอนอาจมีการเคลื่อนไหว ก็ดีนะครับ 2. ยางกำลังเคลื่อนตัว 3.ระบบปรับอากาศที่เราไม่เคยใช้มาเป็นเวลานานเราอาจช่วยเปิดระบบปรับอากาศให้ระบบทำงานได้อย่างสมบูรณ์และตรวจสภาพรถด้วย เป็นความเข้าใจผิดแบบนี้ที่เขาแชร์ เป็นอย่างไรบ้าง? ตอบ: ตามที่เขาแบ่งปัน มันเป็นความจริง. สามารถแชร์ต่อได้ 👉การดูแลที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้อุปกรณ์เสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร #ชัวร์ก่อนแชร์ #ชัวร์แล้วแชร์ ——————————————– —- —– 🎯 ถ้าได้อะไร ไม่ต้องแชร์ต่อ ส่งให้ตรวจสอบกับ “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์” 🎯 LINE | @SureAndShare หรือกด FB | ทวิตเตอร์ | IG | เว็บไซต์ | TikTok | ข่าวภาคค่ำ | สำนักข่าวไทย อสมท | ช่อง 9 อสมท เอชดี ครั้งที่ 30 | .

ค้นหาบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเกี่ยวกับคีย์เวิร์ด ชัวร์ก่อนแชร์ รถยนต์

ด้านล่างนี้คือผลการค้นหาสำหรับคำหลัก “ชัวร์ก่อนแชร์ รถยนต์” จากหน้า Wikipedia ThaiLand ที่มีการค้นหามากที่สุดใน Google

ดูโพสต์ที่เจาะจงมากขึ้น

รูปภาพของ ชัวร์ก่อนแชร์ รถยนต์

ชัวร์ก่อนแชร์ รถยนต์
ชัวร์ก่อนแชร์ รถยนต์

แหล่งที่มาของวิดีโอ ชัวร์ก่อนแชร์ : สตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ 10 นาที เป็นการชาร์จแบตเตอรี่ เป็นความเชื่อที่ผิด จริงหรือ ?

https://www.youtube.com/watch?v=jk6Lz9f4WHo

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ชัวร์ก่อนแชร์ : สตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ 10 นาที เป็นการชาร์จแบตเตอรี่ เป็นความเชื่อที่ผิด จริงหรือ ?

  • ผู้แต่ง: ชัวร์ก่อนแชร์ Sure And Share
  • จำนวนการดู: 318737
  • อัตรา: 5.00
  • ชอบ: 4319
  • ไม่ชอบ:
  • ค้นหาคำสำคัญ: ชัวร์ก่อนแชร์,sure and share,mcot,factsheet,fact,fact check,รถยนต์,แบตเตอรี่
  • คีย์เวิร์ดอื่นๆ: ชัวร์ก่อนแชร์ รถยนต์
  • คำอธิบายวิดีโอ: บนโซเชียลแชร์ข้อความว่ารอสตาร์ทเครื่องแล้วปล่อยทิ้งไว้ครั้งละ 10 นาทีเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ เป็นความเชื่อที่ผิด ที่จริงสตาร์ทรถแล้วจอดไว้ 10 นาทีไม่ช่วยชาร์จแบตเลย เพราะเครื่องไม่สูงพอ เวลาไม่นานพอและการสตาร์ทแต่ละครั้งใช้พลังงานจากแบตเตอรี่มาก 🎯 ตรวจสอบกับ ดร.นพดล กลิ่นทอง ที่ปรึกษาสมาชิกอุ่นใจ 🔎 ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย พงษ์กิตติ์ เชิดชูวงศ์ —- — —————————————————- 📌 สรุป: ✅ แชร์ได้แน่นอน ✅ Q : สตาร์ทเครื่องครั้งละ 10 นาที เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พวกเขาแบ่งปัน จริงหรือไม่? ตอบ: จริงค่ะ การสตาร์ทรถเพียง 10 นาทีไม่เพียงพอที่จะทำให้แบตเตอรี่ชาร์จเต็มได้ ถาม: เขาบอกว่าการสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ไม่ได้ทำให้รอบเครื่องยนต์สูงพอ เนื่องจากเครื่องยนต์จะทำงานที่รอบเดินเบาที่ประมาณ 700-900 รอบต่อนาที กระแสไฟก็จะเพียงพอที่จะป้อนให้กับระบบต่างๆ ในรถเท่านั้น แต่อาจจะไม่เพียงพอในการส่งไปยังแบตเตอรี่ การชาร์จแบตเตอรี่ จำเป็นต้องเร่งเครื่องยนต์ให้รอบสูง 1,500-2,000 รอบต่อนาที แล้วเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับจะชาร์จแบตเตอรี่อย่างไร? มันจะชาร์จที่แรงดันไฟฟ้าต่ำสุด ต่ำที่สุดที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับสามารถผลิตได้ นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะชาร์จแบตเตอรี่ได้ประมาณหนึ่งโวลต์มากกว่าที่ชาร์จ ถ้าวัดเป็นแรงเคลื่อนไฟฟ้า ส่วนรอบประมาณ 1,500 รอบขึ้นไป หรือ 1,000 รอบขึ้นไป จะเป็นค่าสูงสุดเพราะว่าไดชาร์จใหม่ถูกควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นหากมากกว่า 1,000 รอบขึ้นไป จะทำให้เครื่องชาร์จเข้าระบบที่เรียกว่า maximum ซึ่งเป็นค่าสูงสุดประมาณ 14 โวลท์ ประมาณ 14 – 15 โวลท์ นี่เป็นเรื่องจริง นานพอ 10 นาทีอาจไม่นานพอที่จะชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม? ตอบ: นั่นเป็นเรื่องจริงเช่นกัน เพราะอย่าลืมเดินเบา ๆ นะ ที่รอบเดินเบาเราไม่มีอัตราเร่งเลย อยู่ที่ประมาณ 700 – 900 รอบต่อนาที กระแสสลับจึงอยู่ที่ประมาณ 13 โวลต์เท่านั้น และจะใช้เวลาเพียง 10 นาทีหากแบตเตอรี่ของเราเหลือน้อยจริงๆ จะไม่สามารถชาร์จจนเต็มได้ภายใน 10 นาทีอย่างแน่นอน ถาม: เขายังกล่าวอีกว่าการสตาร์ทแต่ละครั้งใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เป็นจำนวนมาก ลองนึกภาพว่าคุณใช้ถังตักน้ำออกจากถัง แต่คุณไม่ได้เติมน้ำกลับเข้าไป ทำต่อไปแล้วแบตเตอรี่จะหมด ดังนั้นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดในการดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ที่จอดอยู่เป็นเวลานานคือการใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ เพราะการสตาร์ทแต่ละครั้งจะใช้กระแสไฟค่อนข้างสูง เพราะตัวหลักคือมอเตอร์สตาร์ทกินไฟตั้งแต่ 30 ถึง 80 แอมป์ รถบางคันอาจถึง 100 แอมป์ในรถคันใหญ่ด้วย ดังนั้นการสตาร์ทแต่ละครั้งจะดึงไฟจำนวนมากที่เขาห้ามไว้ เขาไม่ให้เปิดสวิตช์แอร์ไว้ ห้ามเปิดไฟหน้าขณะสตาร์ทรถ หากมีที่ชาร์จแบตเตอรี่ให้ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้ดียิ่งขึ้น เพราะปริมาณ ถ้าเป็นตัวเลขหรือเข็มก็แล้วแต่คุณ ถ้าชาร์จเยอะ สังเกตว่าจำนวนแอมป์จะเยอะไปซักพัก ถ้าแบตใกล้เต็มก็ใกล้ศูนย์ แอมป์ที่แสดงไว้ใกล้ศูนย์ แสดงว่าแบตเตอรี่ของเราชาร์จเต็มแล้ว แบบนี้ก็ดี ควรมีติดบ้านไว้ก็ดี ปัจจุบันราคาก็ไม่แพง มีคำแนะนำเพิ่มเติมเช่นนี้หรือไม่? A : วิธีที่ง่ายที่สุดคือแทนที่จะสตาร์ทรถในบ้านเรา เราอาจใช้รถนั้นขับตามถนนจ่ายค่าข้าวไปทำธุระในบริเวณใกล้เคียงได้ตั้งแต่ 10-20 กิโลเมตร ดีกว่าจะคุ้มกว่า เพราะชาร์จนานจะทำให้แบตใช้งานได้สมบูรณ์ ระบบชาร์จจะชาร์จเราด้วยเช็คกับระบบชาร์จด้วยระบบไฟฟ้าต่างๆ อันนี้เป็นสิ่งที่ดี ระหว่างขับรถ ถ้าเป็นตอนกลางวัน แนะนำให้ลองเปิดไฟหน้า เปิดโหลดไฟฟ้าทั้งหมดเพื่อดูว่าไฟแบตเตอรี่ยังดับตามปกติหรือไม่ นั่นหมายความว่าไฟชาร์จของเราเป็นปกติ เนื่องจากน้ำมันเครื่องต่างๆ มีการเคลื่อนตัวของชิ้นส่วนต่างๆ น้ำมันเครื่องที่ตกตะกอนอาจมีการเคลื่อนไหว ก็ดีนะครับ 2. ยางกำลังเคลื่อนตัว 3.ระบบปรับอากาศที่เราไม่เคยใช้มาเป็นเวลานานเราอาจช่วยเปิดระบบปรับอากาศให้ระบบทำงานได้อย่างสมบูรณ์และตรวจสภาพรถด้วย เป็นความเข้าใจผิดแบบนี้ที่เขาแชร์ เป็นอย่างไรบ้าง? ตอบ: ตามที่เขาแบ่งปัน มันเป็นความจริง. สามารถแชร์ต่อได้ 👉การดูแลที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้อุปกรณ์เสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร #ชัวร์ก่อนแชร์ #ชัวร์แล้วแชร์ ——————————————– —- —– 🎯 ถ้าได้อะไร ไม่ต้องแชร์ต่อ ส่งให้ตรวจสอบกับ “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์” 🎯 LINE | @SureAndShare หรือกด FB | ทวิตเตอร์ | IG | เว็บไซต์ | TikTok | ข่าวภาคค่ำ | สำนักข่าวไทย อสมท | ช่อง 9 อสมท เอชดี ครั้งที่ 30 | .
บนโซเชียลแชร์ข้อความว่ารอสตาร์ทเครื่องแล้วปล่อยทิ้งไว้ครั้งละ 10 นาทีเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ เป็นความเชื่อที่ผิด ที่จริงสตาร์ทรถแล้วจอดไว้ 10 นาทีไม่ช่วยชาร์จแบตเลย เพราะเครื่องไม่สูงพอ เวลาไม่นานพอและการสตาร์ทแต่ละครั้งใช้พลังงานจากแบตเตอรี่มาก 🎯 ตรวจสอบกับ ดร.นพดล กลิ่นทอง ที่ปรึกษาสมาชิกอุ่นใจ 🔎 ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย พงษ์กิตติ์ เชิดชูวงศ์ —- — —————————————————- 📌 สรุป: ✅ แชร์ได้แน่นอน ✅ Q : สตาร์ทเครื่องครั้งละ 10 นาที เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พวกเขาแบ่งปัน จริงหรือไม่? ตอบ: จริงค่ะ การสตาร์ทรถเพียง 10 นาทีไม่เพียงพอที่จะทำให้แบตเตอรี่ชาร์จเต็มได้ ถาม: เขาบอกว่าการสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ไม่ได้ทำให้รอบเครื่องยนต์สูงพอ เนื่องจากเครื่องยนต์จะทำงานที่รอบเดินเบาที่ประมาณ 700-900 รอบต่อนาที กระแสไฟก็จะเพียงพอที่จะป้อนให้กับระบบต่างๆ ในรถเท่านั้น แต่อาจจะไม่เพียงพอในการส่งไปยังแบตเตอรี่ การชาร์จแบตเตอรี่ จำเป็นต้องเร่งเครื่องยนต์ให้รอบสูง 1,500-2,000 รอบต่อนาที แล้วเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับจะชาร์จแบตเตอรี่อย่างไร? มันจะชาร์จที่แรงดันไฟฟ้าต่ำสุด ต่ำที่สุดที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับสามารถผลิตได้ นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะชาร์จแบตเตอรี่ได้ประมาณหนึ่งโวลต์มากกว่าที่ชาร์จ ถ้าวัดเป็นแรงเคลื่อนไฟฟ้า ส่วนรอบประมาณ 1,500 รอบขึ้นไป หรือ 1,000 รอบขึ้นไป จะเป็นค่าสูงสุดเพราะว่าไดชาร์จใหม่ถูกควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นหากมากกว่า 1,000 รอบขึ้นไป จะทำให้เครื่องชาร์จเข้าระบบที่เรียกว่า maximum ซึ่งเป็นค่าสูงสุดประมาณ 14 โวลท์ ประมาณ 14 – 15 โวลท์ นี่เป็นเรื่องจริง นานพอ 10 นาทีอาจไม่นานพอที่จะชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม? ตอบ: นั่นเป็นเรื่องจริงเช่นกัน เพราะอย่าลืมเดินเบา ๆ นะ ที่รอบเดินเบาเราไม่มีอัตราเร่งเลย อยู่ที่ประมาณ 700 – 900 รอบต่อนาที กระแสสลับจึงอยู่ที่ประมาณ 13 โวลต์เท่านั้น และจะใช้เวลาเพียง 10 นาทีหากแบตเตอรี่ของเราเหลือน้อยจริงๆ จะไม่สามารถชาร์จจนเต็มได้ภายใน 10 นาทีอย่างแน่นอน ถาม: เขายังกล่าวอีกว่าการสตาร์ทแต่ละครั้งใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เป็นจำนวนมาก ลองนึกภาพว่าคุณใช้ถังตักน้ำออกจากถัง แต่คุณไม่ได้เติมน้ำกลับเข้าไป ทำต่อไปแล้วแบตเตอรี่จะหมด ดังนั้นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดในการดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ที่จอดอยู่เป็นเวลานานคือการใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ เพราะการสตาร์ทแต่ละครั้งจะใช้กระแสไฟค่อนข้างสูง เพราะตัวหลักคือมอเตอร์สตาร์ทกินไฟตั้งแต่ 30 ถึง 80 แอมป์ รถบางคันอาจถึง 100 แอมป์ในรถคันใหญ่ด้วย ดังนั้นการสตาร์ทแต่ละครั้งจะดึงไฟจำนวนมากที่เขาห้ามไว้ เขาไม่ให้เปิดสวิตช์แอร์ไว้ ห้ามเปิดไฟหน้าขณะสตาร์ทรถ หากมีที่ชาร์จแบตเตอรี่ให้ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้ดียิ่งขึ้น เพราะปริมาณ ถ้าเป็นตัวเลขหรือเข็มก็แล้วแต่คุณ ถ้าชาร์จเยอะ สังเกตว่าจำนวนแอมป์จะเยอะไปซักพัก ถ้าแบตใกล้เต็มก็ใกล้ศูนย์ แอมป์ที่แสดงไว้ใกล้ศูนย์ แสดงว่าแบตเตอรี่ของเราชาร์จเต็มแล้ว แบบนี้ก็ดี ควรมีติดบ้านไว้ก็ดี ปัจจุบันราคาก็ไม่แพง มีคำแนะนำเพิ่มเติมเช่นนี้หรือไม่? A : วิธีที่ง่ายที่สุดคือแทนที่จะสตาร์ทรถในบ้านเรา เราอาจใช้รถนั้นขับตามถนนจ่ายค่าข้าวไปทำธุระในบริเวณใกล้เคียงได้ตั้งแต่ 10-20 กิโลเมตร ดีกว่าจะคุ้มกว่า เพราะชาร์จนานจะทำให้แบตใช้งานได้สมบูรณ์ ระบบชาร์จจะชาร์จเราด้วยเช็คกับระบบชาร์จด้วยระบบไฟฟ้าต่างๆ อันนี้เป็นสิ่งที่ดี ระหว่างขับรถ ถ้าเป็นตอนกลางวัน แนะนำให้ลองเปิดไฟหน้า เปิดโหลดไฟฟ้าทั้งหมดเพื่อดูว่าไฟแบตเตอรี่ยังดับตามปกติหรือไม่ นั่นหมายความว่าไฟชาร์จของเราเป็นปกติ เนื่องจากน้ำมันเครื่องต่างๆ มีการเคลื่อนตัวของชิ้นส่วนต่างๆ น้ำมันเครื่องที่ตกตะกอนอาจมีการเคลื่อนไหว ก็ดีนะครับ 2. ยางกำลังเคลื่อนตัว 3.ระบบปรับอากาศที่เราไม่เคยใช้มาเป็นเวลานานเราอาจช่วยเปิดระบบปรับอากาศให้ระบบทำงานได้อย่างสมบูรณ์และตรวจสภาพรถด้วย เป็นความเข้าใจผิดแบบนี้ที่เขาแชร์ เป็นอย่างไรบ้าง? ตอบ: ตามที่เขาแบ่งปัน มันเป็นความจริง. สามารถแชร์ต่อได้ 👉การดูแลที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้อุปกรณ์เสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร #ชัวร์ก่อนแชร์ #ชัวร์แล้วแชร์ ——————————————– —- —– 🎯 ถ้าได้อะไร ไม่ต้องแชร์ต่อ ส่งให้ตรวจสอบกับ “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์” 🎯 LINE | @SureAndShare หรือกด FB | ทวิตเตอร์ | IG | เว็บไซต์ | TikTok | ข่าวภาคค่ำ | สำนักข่าวไทย อสมท | ช่อง 9 อสมท เอชดี ครั้งที่ 30 | .

บนโซเชียลแชร์ข้อความว่ารอสตาร์ทเครื่องแล้วปล่อยทิ้งไว้ครั้งละ 10 นาทีเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ เป็นความเชื่อที่ผิด ที่จริงสตาร์ทรถแล้วจอดไว้ 10 นาทีไม่ช่วยชาร์จแบตเลย เพราะเครื่องไม่สูงพอ เวลาไม่นานพอและการสตาร์ทแต่ละครั้งใช้พลังงานจากแบตเตอรี่มาก 🎯 ตรวจสอบกับ ดร.นพดล กลิ่นทอง ที่ปรึกษาสมาชิกอุ่นใจ 🔎 ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย พงษ์กิตติ์ เชิดชูวงศ์ —- — —————————————————- 📌 สรุป: ✅ แชร์ได้แน่นอน ✅ Q : สตาร์ทเครื่องครั้งละ 10 นาที เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พวกเขาแบ่งปัน จริงหรือไม่? ตอบ: จริงค่ะ การสตาร์ทรถเพียง 10 นาทีไม่เพียงพอที่จะทำให้แบตเตอรี่ชาร์จเต็มได้ ถาม: เขาบอกว่าการสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ไม่ได้ทำให้รอบเครื่องยนต์สูงพอ เนื่องจากเครื่องยนต์จะทำงานที่รอบเดินเบาที่ประมาณ 700-900 รอบต่อนาที กระแสไฟก็จะเพียงพอที่จะป้อนให้กับระบบต่างๆ ในรถเท่านั้น แต่อาจจะไม่เพียงพอในการส่งไปยังแบตเตอรี่ การชาร์จแบตเตอรี่ จำเป็นต้องเร่งเครื่องยนต์ให้รอบสูง 1,500-2,000 รอบต่อนาที แล้วเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับจะชาร์จแบตเตอรี่อย่างไร? มันจะชาร์จที่แรงดันไฟฟ้าต่ำสุด ต่ำที่สุดที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับสามารถผลิตได้ นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะชาร์จแบตเตอรี่ได้ประมาณหนึ่งโวลต์มากกว่าที่ชาร์จ ถ้าวัดเป็นแรงเคลื่อนไฟฟ้า ส่วนรอบประมาณ 1,500 รอบขึ้นไป หรือ 1,000 รอบขึ้นไป จะเป็นค่าสูงสุดเพราะว่าไดชาร์จใหม่ถูกควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นหากมากกว่า 1,000 รอบขึ้นไป จะทำให้เครื่องชาร์จเข้าระบบที่เรียกว่า maximum ซึ่งเป็นค่าสูงสุดประมาณ 14 โวลท์ ประมาณ 14 – 15 โวลท์ นี่เป็นเรื่องจริง นานพอ 10 นาทีอาจไม่นานพอที่จะชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม? ตอบ: นั่นเป็นเรื่องจริงเช่นกัน เพราะอย่าลืมเดินเบา ๆ นะ ที่รอบเดินเบาเราไม่มีอัตราเร่งเลย อยู่ที่ประมาณ 700 – 900 รอบต่อนาที กระแสสลับจึงอยู่ที่ประมาณ 13 โวลต์เท่านั้น และจะใช้เวลาเพียง 10 นาทีหากแบตเตอรี่ของเราเหลือน้อยจริงๆ จะไม่สามารถชาร์จจนเต็มได้ภายใน 10 นาทีอย่างแน่นอน ถาม: เขายังกล่าวอีกว่าการสตาร์ทแต่ละครั้งใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เป็นจำนวนมาก ลองนึกภาพว่าคุณใช้ถังตักน้ำออกจากถัง แต่คุณไม่ได้เติมน้ำกลับเข้าไป ทำต่อไปแล้วแบตเตอรี่จะหมด ดังนั้นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดในการดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ที่จอดอยู่เป็นเวลานานคือการใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ เพราะการสตาร์ทแต่ละครั้งจะใช้กระแสไฟค่อนข้างสูง เพราะตัวหลักคือมอเตอร์สตาร์ทกินไฟตั้งแต่ 30 ถึง 80 แอมป์ รถบางคันอาจถึง 100 แอมป์ในรถคันใหญ่ด้วย ดังนั้นการสตาร์ทแต่ละครั้งจะดึงไฟจำนวนมากที่เขาห้ามไว้ เขาไม่ให้เปิดสวิตช์แอร์ไว้ ห้ามเปิดไฟหน้าขณะสตาร์ทรถ หากมีที่ชาร์จแบตเตอรี่ให้ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้ดียิ่งขึ้น เพราะปริมาณ ถ้าเป็นตัวเลขหรือเข็มก็แล้วแต่คุณ ถ้าชาร์จเยอะ สังเกตว่าจำนวนแอมป์จะเยอะไปซักพัก ถ้าแบตใกล้เต็มก็ใกล้ศูนย์ แอมป์ที่แสดงไว้ใกล้ศูนย์ แสดงว่าแบตเตอรี่ของเราชาร์จเต็มแล้ว แบบนี้ก็ดี ควรมีติดบ้านไว้ก็ดี ปัจจุบันราคาก็ไม่แพง มีคำแนะนำเพิ่มเติมเช่นนี้หรือไม่? A : วิธีที่ง่ายที่สุดคือแทนที่จะสตาร์ทรถในบ้านเรา เราอาจใช้รถนั้นขับตามถนนจ่ายค่าข้าวไปทำธุระในบริเวณใกล้เคียงได้ตั้งแต่ 10-20 กิโลเมตร ดีกว่าจะคุ้มกว่า เพราะชาร์จนานจะทำให้แบตใช้งานได้สมบูรณ์ ระบบชาร์จจะชาร์จเราด้วยเช็คกับระบบชาร์จด้วยระบบไฟฟ้าต่างๆ อันนี้เป็นสิ่งที่ดี ระหว่างขับรถ ถ้าเป็นตอนกลางวัน แนะนำให้ลองเปิดไฟหน้า เปิดโหลดไฟฟ้าทั้งหมดเพื่อดูว่าไฟแบตเตอรี่ยังดับตามปกติหรือไม่ นั่นหมายความว่าไฟชาร์จของเราเป็นปกติ เนื่องจากน้ำมันเครื่องต่างๆ มีการเคลื่อนตัวของชิ้นส่วนต่างๆ น้ำมันเครื่องที่ตกตะกอนอาจมีการเคลื่อนไหว ก็ดีนะครับ 2. ยางกำลังเคลื่อนตัว 3.ระบบปรับอากาศที่เราไม่เคยใช้มาเป็นเวลานานเราอาจช่วยเปิดระบบปรับอากาศให้ระบบทำงานได้อย่างสมบูรณ์และตรวจสภาพรถด้วย เป็นความเข้าใจผิดแบบนี้ที่เขาแชร์ เป็นอย่างไรบ้าง? ตอบ: ตามที่เขาแบ่งปัน มันเป็นความจริง. สามารถแชร์ต่อได้ 👉การดูแลที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้อุปกรณ์เสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร #ชัวร์ก่อนแชร์ #ชัวร์แล้วแชร์ ——————————————– —- —– 🎯 ถ้าได้อะไร ไม่ต้องแชร์ต่อ ส่งให้ตรวจสอบกับ “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์” 🎯 LINE | @SureAndShare หรือกด FB | ทวิตเตอร์ | IG | เว็บไซต์ | TikTok | ข่าวภาคค่ำ | สำนักข่าวไทย อสมท | ช่อง 9 อสมท เอชดี ครั้งที่ 30 | .

บนโซเชียลแชร์ข้อความว่ารอสตาร์ทเครื่องแล้วปล่อยทิ้งไว้ครั้งละ 10 นาทีเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ เป็นความเชื่อที่ผิด ที่จริงสตาร์ทรถแล้วจอดไว้ 10 นาทีไม่ช่วยชาร์จแบตเลย เพราะเครื่องไม่สูงพอ เวลาไม่นานพอและการสตาร์ทแต่ละครั้งใช้พลังงานจากแบตเตอรี่มาก 🎯 ตรวจสอบกับ ดร.นพดล กลิ่นทอง ที่ปรึกษาสมาชิกอุ่นใจ 🔎 ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย พงษ์กิตติ์ เชิดชูวงศ์ —- — —————————————————- 📌 สรุป: ✅ แชร์ได้แน่นอน ✅ Q : สตาร์ทเครื่องครั้งละ 10 นาที เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พวกเขาแบ่งปัน จริงหรือไม่? ตอบ: จริงค่ะ การสตาร์ทรถเพียง 10 นาทีไม่เพียงพอที่จะทำให้แบตเตอรี่ชาร์จเต็มได้ ถาม: เขาบอกว่าการสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ไม่ได้ทำให้รอบเครื่องยนต์สูงพอ เนื่องจากเครื่องยนต์จะทำงานที่รอบเดินเบาที่ประมาณ 700-900 รอบต่อนาที กระแสไฟก็จะเพียงพอที่จะป้อนให้กับระบบต่างๆ ในรถเท่านั้น แต่อาจจะไม่เพียงพอในการส่งไปยังแบตเตอรี่ การชาร์จแบตเตอรี่ จำเป็นต้องเร่งเครื่องยนต์ให้รอบสูง 1,500-2,000 รอบต่อนาที แล้วเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับจะชาร์จแบตเตอรี่อย่างไร? มันจะชาร์จที่แรงดันไฟฟ้าต่ำสุด ต่ำที่สุดที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับสามารถผลิตได้ นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะชาร์จแบตเตอรี่ได้ประมาณหนึ่งโวลต์มากกว่าที่ชาร์จ ถ้าวัดเป็นแรงเคลื่อนไฟฟ้า ส่วนรอบประมาณ 1,500 รอบขึ้นไป หรือ 1,000 รอบขึ้นไป จะเป็นค่าสูงสุดเพราะว่าไดชาร์จใหม่ถูกควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นหากมากกว่า 1,000 รอบขึ้นไป จะทำให้เครื่องชาร์จเข้าระบบที่เรียกว่า maximum ซึ่งเป็นค่าสูงสุดประมาณ 14 โวลท์ ประมาณ 14 – 15 โวลท์ นี่เป็นเรื่องจริง นานพอ 10 นาทีอาจไม่นานพอที่จะชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม? ตอบ: นั่นเป็นเรื่องจริงเช่นกัน เพราะอย่าลืมเดินเบา ๆ นะ ที่รอบเดินเบาเราไม่มีอัตราเร่งเลย อยู่ที่ประมาณ 700 – 900 รอบต่อนาที กระแสสลับจึงอยู่ที่ประมาณ 13 โวลต์เท่านั้น และจะใช้เวลาเพียง 10 นาทีหากแบตเตอรี่ของเราเหลือน้อยจริงๆ จะไม่สามารถชาร์จจนเต็มได้ภายใน 10 นาทีอย่างแน่นอน ถาม: เขายังกล่าวอีกว่าการสตาร์ทแต่ละครั้งใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เป็นจำนวนมาก ลองนึกภาพว่าคุณใช้ถังตักน้ำออกจากถัง แต่คุณไม่ได้เติมน้ำกลับเข้าไป ทำต่อไปแล้วแบตเตอรี่จะหมด ดังนั้นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดในการดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ที่จอดอยู่เป็นเวลานานคือการใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ เพราะการสตาร์ทแต่ละครั้งจะใช้กระแสไฟค่อนข้างสูง เพราะตัวหลักคือมอเตอร์สตาร์ทกินไฟตั้งแต่ 30 ถึง 80 แอมป์ รถบางคันอาจถึง 100 แอมป์ในรถคันใหญ่ด้วย ดังนั้นการสตาร์ทแต่ละครั้งจะดึงไฟจำนวนมากที่เขาห้ามไว้ เขาไม่ให้เปิดสวิตช์แอร์ไว้ ห้ามเปิดไฟหน้าขณะสตาร์ทรถ หากมีที่ชาร์จแบตเตอรี่ให้ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้ดียิ่งขึ้น เพราะปริมาณ ถ้าเป็นตัวเลขหรือเข็มก็แล้วแต่คุณ ถ้าชาร์จเยอะ สังเกตว่าจำนวนแอมป์จะเยอะไปซักพัก ถ้าแบตใกล้เต็มก็ใกล้ศูนย์ แอมป์ที่แสดงไว้ใกล้ศูนย์ แสดงว่าแบตเตอรี่ของเราชาร์จเต็มแล้ว แบบนี้ก็ดี ควรมีติดบ้านไว้ก็ดี ปัจจุบันราคาก็ไม่แพง มีคำแนะนำเพิ่มเติมเช่นนี้หรือไม่? A : วิธีที่ง่ายที่สุดคือแทนที่จะสตาร์ทรถในบ้านเรา เราอาจใช้รถนั้นขับตามถนนจ่ายค่าข้าวไปทำธุระในบริเวณใกล้เคียงได้ตั้งแต่ 10-20 กิโลเมตร ดีกว่าจะคุ้มกว่า เพราะชาร์จนานจะทำให้แบตใช้งานได้สมบูรณ์ ระบบชาร์จจะชาร์จเราด้วยเช็คกับระบบชาร์จด้วยระบบไฟฟ้าต่างๆ อันนี้เป็นสิ่งที่ดี ระหว่างขับรถ ถ้าเป็นตอนกลางวัน แนะนำให้ลองเปิดไฟหน้า เปิดโหลดไฟฟ้าทั้งหมดเพื่อดูว่าไฟแบตเตอรี่ยังดับตามปกติหรือไม่ นั่นหมายความว่าไฟชาร์จของเราเป็นปกติ เนื่องจากน้ำมันเครื่องต่างๆ มีการเคลื่อนตัวของชิ้นส่วนต่างๆ น้ำมันเครื่องที่ตกตะกอนอาจมีการเคลื่อนไหว ก็ดีนะครับ 2. ยางกำลังเคลื่อนตัว 3.ระบบปรับอากาศที่เราไม่เคยใช้มาเป็นเวลานานเราอาจช่วยเปิดระบบปรับอากาศให้ระบบทำงานได้อย่างสมบูรณ์และตรวจสภาพรถด้วย เป็นความเข้าใจผิดแบบนี้ที่เขาแชร์ เป็นอย่างไรบ้าง? ตอบ: ตามที่เขาแบ่งปัน มันเป็นความจริง. สามารถแชร์ต่อได้ 👉การดูแลที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้อุปกรณ์เสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร #ชัวร์ก่อนแชร์ #ชัวร์แล้วแชร์ ——————————————– —- —– 🎯 ถ้าได้อะไร ไม่ต้องแชร์ต่อ ส่งให้ตรวจสอบกับ “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์” 🎯 LINE | @SureAndShare หรือกด FB | ทวิตเตอร์ | IG | เว็บไซต์ | TikTok | ข่าวภาคค่ำ | สำนักข่าวไทย อสมท | ช่อง 9 อสมท เอชดี ครั้งที่ 30 | .

แหล่งรวม: Suzuki Đại Lợi

#ชวรกอนแชร #สตารทเครองทงไว #นาท #เปนการชารจแบตเตอร #เปนความเชอทผด #จรงหรอ

Related Articles

22 Comments

  1. นี่ใช้รถนิสสันซันนี่ปี2003. ใช้ไม่บ่อย แต่ยังต้องสตาร์ททิ้งไว้5-10นาที ทุก3-4วันเลย 5วันเริ่มติดเครื่องยาก 7วันสตาร์ทไม่ติดแบตหมดต้องถอดไปให้ร้านชาร์จ. แบตเปลี่ยนทุก3ปี ความจริงเป็นแบบนี้. คลิปนี้น่าผิดหวังนะ

  2. เคยทิ้งรถไฟนานๆ เพราะไม่ไเ่ค่อยใช้ แล้วนาน ๆ ที่ สตาร์ตอุ่นเครื่อง เดินเบา รอบ ไม่ถึง1000 วัดด้วยโวลต์มิเตอร์ แรก เลย วัดได้ถึง 14 กว่า ๆ โวลต์ แล้วค่อนๆ ลดลง แสดงว่ามีการชาร์ตไฟเข้าแบตเตอรี่ จากประสบการณ์จริง ๆ กับตัวเอง ดังนั้นผมไม่เห็นด้วยกับคลิปนี้ครับ

  3. ทำไมผมสตาททิ้งไว้ 10 นาทีตัววัตแบตก็เพิ่มทุกครั้งหลังจากดับเครื่อง รถปี2014 ทำไมหลักการกับใช้จริงไม่ตรงกัน น่าจะลองพิสูจน์ก่อนค่อยทำคลิป

  4. ใช่จริงครับอาจารย์การชาร์จไฟควรเอารถไปวิ่งดีกว่าสักครึ่งชั่วโมงหรือ30กิโลดีกว่าเพราะจะทำให้ระบบไฟชารจ์ทำงานให้กับแบตเเละเกิดการชาร์จไฟเต็มที่กว่าการจอดสตาร์ทเฉยๆ

  5. ✈️ คนไทย คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ❗️
    เกรงว่า การเอาคำพูดของคนที่ดูดีมีสกุล ตลกหรือเปล่า⚠️
    📌 ไม่มีหลักฐานแท้จริง ที่บ่งบอกถึงผลของการทดสอบ ที่ได้รับจากรถยนต์หลากหลายบริษัทให้คนไทยได้รับรู้และเชื่อถือความถูกต้อง
    📍หรือว่า ! นี่คือ หลักกู-หลักเกณฑ์ของชุมชนเล็กๆ🛵🏍🛺🛻🚗🚜🚕🚓🚌🚒🚐🚚🚛 ติดเครื่องยนต์ที่รอบเดิยเบา 800-900rpm ทดสอบคันละ10นาที ใช้เครื่องมือตรวจสอบผลที่ได้กับแบตเตอรี่ทุกคันทำไม่ได้ก็ควรพิจารณาตัวเองดีกว่ามั้ย

  6. ถ้าการชาร์จแบตเตอร์รี่ จำเป็นต้องถอดขั้วแบตออกรึใม่คับ

  7. ควรสอบถามผู้รู้จริงๆ จะได้ไม่สับสน ทำให้ยิ่งไม่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างรอบการเดินของเครื่องยนต์กับการชาร์จของแบตเตอรี่ ตอบมั่วๆไม่ได้นะจ๊ะ…พี่น้องเอ้ย

  8. เวลาเครื่องรถร้อนๆอยู่ดับเครื่องทันทีได้เลยหรือไม่หรือควรปล่อยทิ้งไว้นานๆก่อนค่อยดับเครื่อง

  9. มั่วๆๆ มั่วมาก ไดร์ชาร์จที่ปกติจะปั่นไฟได้ 13.7v ทุกความเร็วรอบ และสุดไม่เกิน 14.4v ในกรณีรอบสูงสุด และไดร์ชาร์จ จะชาร์จไฟเข้าแบตก่อนเสมอ อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆจะดึงไฟจากแบต และไดร์ชาร์จทำหน้าที่ปั่นไฟคืนแบต

  10. เค้าสตาร์ท ไว้ 10 นาที เพื่อให้เครื่องยนต์ ได้ทำงาน ให้มีไฟ ที่ชาร์จแบตเพื่อจะสตาร์ท ครั้งต่อไป ไม่ได้จะชาร์จให้แบตเต็ม

  11. มั่วมาก รถผมจอดไม่ได้ใช้งานเลย สตาทเครื่องครั้งละ10นาที สัปดาห์ละครั้ง
    แบตทุกลูกอยู่ได้5ปีทั้งนั้น
    ถ้ามันชาจไม่พอจริง รถผมสตาทไม่ติดนานแล้วครับ

  12. ข้อมูลไม่น่าถูกต้องนะครับ รถที่ไดชาร์จสมบูรณ์ผมเห็น14.3 โวลล์นะ. มันจะสามารถเพิ่มปริมาณกระแสไฟแน่นอน แล้วการสตร์ทเครื่องในเวลาสมควรที่ทำให้วาล์วน้ำเปิดจะทำให้ระบบน้ำหมุน
    เวียนในระบบ

  13. สตาร์ทรอบเดินเบา 10นาที ชาร์จแบตไม่เต็มก็จริงแต่ได้ปริมาณไฟเพิ่มขึ้นมากกว่าตอนไม่สตาร์ทแน่นอนครับ

  14. รถผมสตาร์ทได้ทุกอาทิตย์ ก็เดินเบาชาร์จทุกครั้ง มีครั้งนึงไปต่างประเทศ 2 อาทิตย์ กลับมาสตาร์ทไม่ติด แบตหมด แสดงว่าที่เคยสตาร์ทได้ทุกอาทิตย์มันไม่ชาร์จเข้าเหรอ เฮ้อ ไม่รู้เรื่องจริงแต่มาทำคลิปเนอะ ห่วยจริงๆ

  15. จริงๆผมหลงเข้ามาฟัง แต่พอฟังแล้ว โคตรจะไม่ใช่ แถมความรู้ที่บอกนั้น เก่าแบบ 30 ปีที่แล้วเลย

    ปัจจุบัน ตัวไดร์ชาร์จบังคับโวลต์ที่รอบเดินเบาที่ 13.8 v ขึ้นไป เพียงพอที่จะชาร์จเข้าแบต 12 v แน่นอน

    ประเด็นต่อมา กระแสชาร์จที่เดินเบา ที่คร่าวๆประมาณ 5-10% ของความจุแบตมาตรฐานติดรถ ถ้าแบต 60 ah กระแสชาร์จจะอยู่ราวๆ 3-6 a แล้วแต่ยี่ห้อรถ แต่มันเพียงพอที่จะเลี้ยงระบบไฟฟ้าในรถทั้งหมดเมื่อเปิดพร้อมกัน ซึ่งถ้าไม่เปิดอะไรเลย เป็นการเดินเบาเฉยๆ ชาร์จเข้าแบตแน่นอน

    มีที่พูดจริงเรื่องเดียว คือ ในเวลา 10 นาที ไม่ถึงกับทำให้แบตเต็ม แต่แบตเพิ่มขึ้นแน่นอน

    เวลาจะเอาข้อมูลอะไรมาพูด ช่วยเอาข้อมูลที่อัพเดทมาด้วยสิเอาข้อมูลเก่าที่ปัจจุบันมันไม่ถูกต้องแล้วมาพูด มันก็ไม่ต่างอะไรกับเจตนาหลอกลวงนะครับ

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button