Car Thailand

รถยนต์ ของไทย – พร้อมกว่าใคร! Isuzu-MG พร้อมลุยตลาดรถกระบะปิกอัพไฟฟ้าในไทย หากลูกค้าเรียกร้อง

มาดูบทความ “รถยนต์ ของไทย – พร้อมกว่าใคร! Isuzu-MG พร้อมลุยตลาดรถกระบะปิกอัพไฟฟ้าในไทย หากลูกค้าเรียกร้อง” ที่รวบรวมโดย Đại Lý Suzuki Đại Lợi จากแหล่งต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต ผู้แต่ง CarDebuts มียอดวิวสูงบนแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์ก

การอ้างอิงวิดีโอ รถยนต์ ของไทย – พร้อมกว่าใคร! Isuzu-MG พร้อมลุยตลาดรถกระบะปิกอัพไฟฟ้าในไทย หากลูกค้าเรียกร้อง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รถยนต์ ของไทย – พร้อมกว่าใคร! Isuzu-MG พร้อมลุยตลาดรถกระบะปิกอัพไฟฟ้าในไทย หากลูกค้าเรียกร้อง

เพิ่มรถยนต์ไฟฟ้า เข้าถึงทุกรายการที่วางตลาด เป็นเป้าหมายสำคัญของบริษัทรถยนต์ต่างๆ ที่สักวันจะต้องไปให้ถึงไม่ช้าก็เร็ว แต่ดูเหมือนว่ารถเพื่อการพาณิชย์ มันจะเป็นรถยนต์ประเภทต่อมา เพื่อใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ทั้งนี้เพราะรถกระบะ มีความทนทานต่อการใช้งานมากกว่ารถประเภทอื่น รวมถึงน้ำหนักรถที่มากขึ้นจากแบตเตอรี่ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมอาจไม่สามารถรองรับงานหนักได้ดีเท่าที่ควร แต่นั่นเป็นมุมมองของผู้ผลิตรถยนต์บางราย ที่อาจยังคงต้องการเสนอเครื่องยนต์สันดาปภายในให้เป็นขุมพลังหลักสำหรับรถยนต์ประเภทนี้ให้นานที่สุด อย่างไรก็ตาม การพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ายังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วนอกจากจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว น้ำหนักที่น้อยลง ราคาต้นทุน ยังต่ำกว่า และในหลายประเทศได้ขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งประเทศไทย ที่ทำให้เรามีโอกาสได้เห็นตลาดรถกระบะไฟฟ้าในบ้านเรา มีแนวโน้มสูงและความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลไทย ถือเป็นแรงจูงใจที่ดี ที่ทำให้ค่ายรถต่างๆ ต้องการก้าวเข้าสู่ตลาดแห่งนี้ เดิมทีรัฐบาลได้ออกมาตรการรองรับการผลิตและการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าที่มีการลดภาษีที่เกี่ยวข้องและให้เงินสนับสนุนสูงสุดกว่า 150,000 บาท จนกว่าจะมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับล่าสุด เกี่ยวกับอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า สามารถนำรถมาขายได้ก่อนแล้วจึงผลิตค่าตอบแทนภายหลังตามเงื่อนไขจะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสรรพสามิต จาก 8% เป็น 2% โดยรถกระบะไฟฟ้า แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565-31 ธันวาคม 2568 เก็บภาษี 0% จากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569-ธ.ค. 31 พ.ค. 2578 ภาษี 2% และรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง เก็บภาษี 0-1% ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ถือเป็นแรงจูงใจให้ค่ายรถหลายๆค่าย ในการพิจารณานำรถกระบะไฟฟ้า ออกสู่ตลาดไทยเร็วขึ้น ที่มา: ติดตามช่องของเราบน Facebook ได้ที่ หรือ เว็บไซต์ .

ค้นหาบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเกี่ยวกับคีย์เวิร์ด รถยนต์ ของไทย

ด้านล่างนี้คือผลการค้นหาสำหรับคำหลัก “รถยนต์ ของไทย” จากหน้า Wikipedia ThaiLand ที่มีการค้นหามากที่สุดใน Google

ดูโพสต์ที่เจาะจงมากขึ้น

รูปภาพของ รถยนต์ ของไทย

รถยนต์ ของไทย
รถยนต์ ของไทย

แหล่งที่มาของวิดีโอ พร้อมกว่าใคร! Isuzu-MG พร้อมลุยตลาดรถกระบะปิกอัพไฟฟ้าในไทย หากลูกค้าเรียกร้อง

https://www.youtube.com/watch?v=wdIVq67GVpw

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ พร้อมกว่าใคร! Isuzu-MG พร้อมลุยตลาดรถกระบะปิกอัพไฟฟ้าในไทย หากลูกค้าเรียกร้อง

  • ผู้แต่ง: CarDebuts
  • จำนวนการดู: 60697
  • อัตรา: 5.00
  • ชอบ: 906
  • ไม่ชอบ:
  • ค้นหาคำสำคัญ: รถใหม่,cardebuts,รถใหม่2022,ISUZU D-MAX EV,D-MAX EV,DMAX EV,Isuzu D-MAX,MG Extender EV,Extender EV,เอ็มจี,อีซูซุ,ดีแมกซ์ ไฟฟ้า,รถกระบะไฟฟ้า
  • คีย์เวิร์ดอื่นๆ: รถยนต์ ของไทย
  • คำอธิบายวิดีโอ: เพิ่มรถยนต์ไฟฟ้า เข้าถึงทุกรายการที่วางตลาด เป็นเป้าหมายสำคัญของบริษัทรถยนต์ต่างๆ ที่สักวันจะต้องไปให้ถึงไม่ช้าก็เร็ว แต่ดูเหมือนว่ารถเพื่อการพาณิชย์ มันจะเป็นรถยนต์ประเภทต่อมา เพื่อใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ทั้งนี้เพราะรถกระบะ มีความทนทานต่อการใช้งานมากกว่ารถประเภทอื่น รวมถึงน้ำหนักรถที่มากขึ้นจากแบตเตอรี่ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมอาจไม่สามารถรองรับงานหนักได้ดีเท่าที่ควร แต่นั่นเป็นมุมมองของผู้ผลิตรถยนต์บางราย ที่อาจยังคงต้องการเสนอเครื่องยนต์สันดาปภายในให้เป็นขุมพลังหลักสำหรับรถยนต์ประเภทนี้ให้นานที่สุด อย่างไรก็ตาม การพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ายังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วนอกจากจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว น้ำหนักที่น้อยลง ราคาต้นทุน ยังต่ำกว่า และในหลายประเทศได้ขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งประเทศไทย ที่ทำให้เรามีโอกาสได้เห็นตลาดรถกระบะไฟฟ้าในบ้านเรา มีแนวโน้มสูงและความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลไทย ถือเป็นแรงจูงใจที่ดี ที่ทำให้ค่ายรถต่างๆ ต้องการก้าวเข้าสู่ตลาดแห่งนี้ เดิมทีรัฐบาลได้ออกมาตรการรองรับการผลิตและการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าที่มีการลดภาษีที่เกี่ยวข้องและให้เงินสนับสนุนสูงสุดกว่า 150,000 บาท จนกว่าจะมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับล่าสุด เกี่ยวกับอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า สามารถนำรถมาขายได้ก่อนแล้วจึงผลิตค่าตอบแทนภายหลังตามเงื่อนไขจะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสรรพสามิต จาก 8% เป็น 2% โดยรถกระบะไฟฟ้า แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565-31 ธันวาคม 2568 เก็บภาษี 0% จากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569-ธ.ค. 31 พ.ค. 2578 ภาษี 2% และรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง เก็บภาษี 0-1% ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ถือเป็นแรงจูงใจให้ค่ายรถหลายๆค่าย ในการพิจารณานำรถกระบะไฟฟ้า ออกสู่ตลาดไทยเร็วขึ้น ที่มา: ติดตามช่องของเราบน Facebook ได้ที่ หรือ เว็บไซต์ .
เพิ่มรถยนต์ไฟฟ้า เข้าถึงทุกรายการที่วางตลาด เป็นเป้าหมายสำคัญของบริษัทรถยนต์ต่างๆ ที่สักวันจะต้องไปให้ถึงไม่ช้าก็เร็ว แต่ดูเหมือนว่ารถเพื่อการพาณิชย์ มันจะเป็นรถยนต์ประเภทต่อมา เพื่อใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ทั้งนี้เพราะรถกระบะ มีความทนทานต่อการใช้งานมากกว่ารถประเภทอื่น รวมถึงน้ำหนักรถที่มากขึ้นจากแบตเตอรี่ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมอาจไม่สามารถรองรับงานหนักได้ดีเท่าที่ควร แต่นั่นเป็นมุมมองของผู้ผลิตรถยนต์บางราย ที่อาจยังคงต้องการเสนอเครื่องยนต์สันดาปภายในให้เป็นขุมพลังหลักสำหรับรถยนต์ประเภทนี้ให้นานที่สุด อย่างไรก็ตาม การพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ายังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วนอกจากจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว น้ำหนักที่น้อยลง ราคาต้นทุน ยังต่ำกว่า และในหลายประเทศได้ขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งประเทศไทย ที่ทำให้เรามีโอกาสได้เห็นตลาดรถกระบะไฟฟ้าในบ้านเรา มีแนวโน้มสูงและความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลไทย ถือเป็นแรงจูงใจที่ดี ที่ทำให้ค่ายรถต่างๆ ต้องการก้าวเข้าสู่ตลาดแห่งนี้ เดิมทีรัฐบาลได้ออกมาตรการรองรับการผลิตและการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าที่มีการลดภาษีที่เกี่ยวข้องและให้เงินสนับสนุนสูงสุดกว่า 150,000 บาท จนกว่าจะมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับล่าสุด เกี่ยวกับอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า สามารถนำรถมาขายได้ก่อนแล้วจึงผลิตค่าตอบแทนภายหลังตามเงื่อนไขจะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสรรพสามิต จาก 8% เป็น 2% โดยรถกระบะไฟฟ้า แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565-31 ธันวาคม 2568 เก็บภาษี 0% จากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569-ธ.ค. 31 พ.ค. 2578 ภาษี 2% และรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง เก็บภาษี 0-1% ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ถือเป็นแรงจูงใจให้ค่ายรถหลายๆค่าย ในการพิจารณานำรถกระบะไฟฟ้า ออกสู่ตลาดไทยเร็วขึ้น ที่มา: ติดตามช่องของเราบน Facebook ได้ที่ หรือ เว็บไซต์ .

เพิ่มรถยนต์ไฟฟ้า เข้าถึงทุกรายการที่วางตลาด เป็นเป้าหมายสำคัญของบริษัทรถยนต์ต่างๆ ที่สักวันจะต้องไปให้ถึงไม่ช้าก็เร็ว แต่ดูเหมือนว่ารถเพื่อการพาณิชย์ มันจะเป็นรถยนต์ประเภทต่อมา เพื่อใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ทั้งนี้เพราะรถกระบะ มีความทนทานต่อการใช้งานมากกว่ารถประเภทอื่น รวมถึงน้ำหนักรถที่มากขึ้นจากแบตเตอรี่ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมอาจไม่สามารถรองรับงานหนักได้ดีเท่าที่ควร แต่นั่นเป็นมุมมองของผู้ผลิตรถยนต์บางราย ที่อาจยังคงต้องการเสนอเครื่องยนต์สันดาปภายในให้เป็นขุมพลังหลักสำหรับรถยนต์ประเภทนี้ให้นานที่สุด อย่างไรก็ตาม การพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ายังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วนอกจากจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว น้ำหนักที่น้อยลง ราคาต้นทุน ยังต่ำกว่า และในหลายประเทศได้ขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งประเทศไทย ที่ทำให้เรามีโอกาสได้เห็นตลาดรถกระบะไฟฟ้าในบ้านเรา มีแนวโน้มสูงและความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลไทย ถือเป็นแรงจูงใจที่ดี ที่ทำให้ค่ายรถต่างๆ ต้องการก้าวเข้าสู่ตลาดแห่งนี้ เดิมทีรัฐบาลได้ออกมาตรการรองรับการผลิตและการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าที่มีการลดภาษีที่เกี่ยวข้องและให้เงินสนับสนุนสูงสุดกว่า 150,000 บาท จนกว่าจะมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับล่าสุด เกี่ยวกับอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า สามารถนำรถมาขายได้ก่อนแล้วจึงผลิตค่าตอบแทนภายหลังตามเงื่อนไขจะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสรรพสามิต จาก 8% เป็น 2% โดยรถกระบะไฟฟ้า แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565-31 ธันวาคม 2568 เก็บภาษี 0% จากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569-ธ.ค. 31 พ.ค. 2578 ภาษี 2% และรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง เก็บภาษี 0-1% ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ถือเป็นแรงจูงใจให้ค่ายรถหลายๆค่าย ในการพิจารณานำรถกระบะไฟฟ้า ออกสู่ตลาดไทยเร็วขึ้น ที่มา: ติดตามช่องของเราบน Facebook ได้ที่ หรือ เว็บไซต์ .

เพิ่มรถยนต์ไฟฟ้า เข้าถึงทุกรายการที่วางตลาด เป็นเป้าหมายสำคัญของบริษัทรถยนต์ต่างๆ ที่สักวันจะต้องไปให้ถึงไม่ช้าก็เร็ว แต่ดูเหมือนว่ารถเพื่อการพาณิชย์ มันจะเป็นรถยนต์ประเภทต่อมา เพื่อใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ทั้งนี้เพราะรถกระบะ มีความทนทานต่อการใช้งานมากกว่ารถประเภทอื่น รวมถึงน้ำหนักรถที่มากขึ้นจากแบตเตอรี่ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมอาจไม่สามารถรองรับงานหนักได้ดีเท่าที่ควร แต่นั่นเป็นมุมมองของผู้ผลิตรถยนต์บางราย ที่อาจยังคงต้องการเสนอเครื่องยนต์สันดาปภายในให้เป็นขุมพลังหลักสำหรับรถยนต์ประเภทนี้ให้นานที่สุด อย่างไรก็ตาม การพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ายังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วนอกจากจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว น้ำหนักที่น้อยลง ราคาต้นทุน ยังต่ำกว่า และในหลายประเทศได้ขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งประเทศไทย ที่ทำให้เรามีโอกาสได้เห็นตลาดรถกระบะไฟฟ้าในบ้านเรา มีแนวโน้มสูงและความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลไทย ถือเป็นแรงจูงใจที่ดี ที่ทำให้ค่ายรถต่างๆ ต้องการก้าวเข้าสู่ตลาดแห่งนี้ เดิมทีรัฐบาลได้ออกมาตรการรองรับการผลิตและการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าที่มีการลดภาษีที่เกี่ยวข้องและให้เงินสนับสนุนสูงสุดกว่า 150,000 บาท จนกว่าจะมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับล่าสุด เกี่ยวกับอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า สามารถนำรถมาขายได้ก่อนแล้วจึงผลิตค่าตอบแทนภายหลังตามเงื่อนไขจะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสรรพสามิต จาก 8% เป็น 2% โดยรถกระบะไฟฟ้า แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565-31 ธันวาคม 2568 เก็บภาษี 0% จากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569-ธ.ค. 31 พ.ค. 2578 ภาษี 2% และรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง เก็บภาษี 0-1% ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ถือเป็นแรงจูงใจให้ค่ายรถหลายๆค่าย ในการพิจารณานำรถกระบะไฟฟ้า ออกสู่ตลาดไทยเร็วขึ้น ที่มา: ติดตามช่องของเราบน Facebook ได้ที่ หรือ เว็บไซต์ .

แหล่งรวม: Suzuki Đại Lợi

#พรอมกวาใคร #IsuzuMG #พรอมลยตลาดรถกระบะปกอพไฟฟาในไทย #หากลกคาเรยกรอง

Related Articles

42 Comments

  1. โตโยต้าตังค์ไมถึงออกไม่ได้คับเขาไม่ง้อคนชื้อด้วยเหตุผลที่ยังเป้นลองอิชุซุทางการขายแต่อิชุซุนั้นเอายอดขายมาก่อนตังค์เท่าไหร่ก็ออกได้คับ ถ้าโตโยต้าออกง่ายเหมือนอิชุซุผมบอกได้เลยกินกันไม่ลงคับ

  2. น่าสนค่ะกะบะไฟฟ้าแต่ราคาควรจะไม่เกิน900000นะคะจะขายดีมากเพราะราคาเทียบเท่ารถน้ำมันค่ะ

  3. จอกลางแสดงเมนูควรเป็นแท็บเลต ถอดออกได้ เวลาลูกค้าไม่ต้องการใช้รถ เมื่อลูกค้าต้องการใช้รถก็มาต่อเข้า และลูกค้าสามารถอัปเกรดจอหรือซอฟแวร์ ค่ายรถก็มีจุดขายเพิ่ม

  4. MG GWM ดันๆ เดี๋ยว แบรนด์เจ้า ตลาด ก็เปลี่ยน ตาม สินค้าแบรนด์ เจ้าตลาด ของมันเหลือ เยอะ

  5. ฟอร์ดน่าจะรีบดันเรนเจอร์ไลนิ่งเข้ามาขายให้ไวนะ ตอนนี้ภาษีกำลังถูก ถ้าเอามาก่อนมีเฮแน่

  6. พี่จิมมี่ แห่งช่อง ไฟหน้า บอกมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ว่า Isuzu มีเทคโนโลยี ไฮบริด / ไฟฟ้า ในมืออยู่แล้ว มา 5 ปี ถ้านับจนถึงตอนนี้ Isuzu น่าจะมีเทคโนโลยีนี้ในมือมา 7-8 ปีแล้ว
    คงพัฒนาเรียบร้อยแล้ว แค่รอเวลา เอามายัดลงขายจริงเฉยๆ

  7. แน่จริงทำให้มีช่องว่างตอนหน้าคือเอาแบตและมอเตอร์ไว้ล่างทำให้มีช่องว่างเก็บของด้านหน้าเหมือนเทสล่าไม่ใช่ทำแบบมักง่ายแบบรถจีนแบตอยู่หน้าไม่มีที่เก็บของด้านหน้า

  8. จริงรึเปล่าครับเอาให้ทันเทสล่าไซเบอทรัคที่จะเข้าปีหน้าให้ทันทั้งหมดรวมทั้งเทคโนโลยีด้วยน่ะครับ

  9. เรื่องรถไฟฟ้าต้องยกให้จีนเป็นผู้นำ ญี่ปุ่นยังตามหลังอยู่มาก ทางลัดคือขอแชร์เทคโนโลยี

  10. ไม่มีควันดำ เสียงท่อไม่ดัง จะถูกใจวัยรุ่นหรอ

  11. แนวคิด Toyota นี่อนุรักษ์นิยมเกิน อ่านอนาคตไม่ขาด ชี้นำและเชื่อมั่นมันผิดๆ สมควรเปลี่ยน CEO ได้แล้ว ไม่งั้นมีโอกาส สูญพันธ์

  12. ยอมรับ เชฟโรเลต ไปไกลมากแล้ว รถญี่ปุ่น และ เกาหลี จะตามทัน ไหมนะ

  13. ในอดีตอีซูสุ เกือบได้ลิขสิทธิ์เค้ามาเร็วจากเบนแต่เนื่องจากตกลงกันไม่ได้โตโยต้ามาทิ้งก็ช่วยพับไปเลยโตโยต้าจึงได้ลิขสิทธิ์ดีโฟร์ดีคอมม่อนเร็วไปเป็นยี่ห้อแรกจึงทำให้โตโยต้ามียอดขายอันดับหนึ่งมาจนถึงทุกวันนี้อีซูซุเสียโอกาสก้าวช้ากว่าโตโยต้าหนึ่งเก้าแต่มาวันนี้อีซูซุกลับmgคงมาเป็นที่หนึ่งแทนโตโยต้าแน่นอนเพราะโตโยต้าช้ากว่าเขาไปหนึ่งเก้ารถน้ำมันต้องโตโยต้าแต่ถ้าไฟฟ้าต้อง mgหรือบีวายดี

  14. เจอค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ก็หงายท้องแล้ว อีกอย่างขายเป็นรถมือสองก็ไม่มีราคา ที่สำคัญหาที่เสียบปลั๊กที่ไหน ฝันเฟื่อง

  15. ที่เห็นเคล้าโครงที่ทได้จริง คือ มิตซูบิซิ ซึ่งเทคโนโลยีเขา สุงกว่ารถ 2 ค่ายนี้ เทคโนโลยีรถ 2 ค่ายนี้จะล้าหลังกว่า มิตซูบิชิ ไป 3 ถึง 5 ปี . สังเกตออ็ฟชั่น ฟิวส์เจอร์ ของรถในหารเปิดตัวรถปิกอัพรุ่นใหม่ๆ ทุกๆ ครั้ง มิตซูบิชิ และ ฟอดร์ เชฟ จะใส่ความทันสมัย และ เทคโนโลยีมาก่อนอย่าง 3 -5 ปีลุ้นเจ้าตลาดถึงคิดได้.. ปัุจจุบันเครื่องยนต์ MIVEC ที่บล็อเสื้อสูบเป็นอลูมิเนี่ยม ลดแรงเสียดต้านลูกสูบกับเสื้อสูบดีกว่าเสื้อเหล็ก ลูกสูบอลูมิเนี่ยนม เครื่อง MVEC สามารถตอบสนองการเหยียบได้อย่างถึงใจ และ ระบายความร้อนได้ดีเครื่องยนต์แบบอิ่น ปัจจุบันยังไม่มีค่ายไหนทำได้เหมือน มิตซูบิชิ เชิญทดลองขับรถทดลองขับดูได้ทุกศูนย์แล้วจะติดใจเคยลองไปขับรถทดลองขับมามาแล้วทุกค่ายต้องมาหยุดที่ ไทรทัล.. ( แต่เราไม่ยึดติดกับยี่ฮ่อ)

  16. ดีครับ.ทำให้คนมีตัวเลือก.แต่ผมจะยังไม่ซื้อ.รอให้เขาลองผิดลองถูกก่อน.ให้เขาไม่ขายน้ำมันจริงๆนั่นแหล่ะผมจะซื้อ.ตอนนี้ใครอยากก็ซื้อไปเลย.เชียให้ซื้อจะได้ดูข้อดีข้อเสีย

  17. ไฟฟ้าล้วนก็โอเคนะ แต่ข่าววงในกระบะไฟฟ้าค่ายใหญ่ ดับคาดอยตอนเอารถไปทดลองวิ่ง เลยยังไม่ได้ขาย 😂

  18. ต่อไปค่าไฟฟ้าก็จะแพง….ตอนนี้ก็เริ่มแพงแล้วเดือนก่อนกับเดือนนี้ค่าไฟกระโดดขึ้นครึ่งต่อครึ่ง

  19. อย่างที่ทราบข่าวความคืบหน้าในการ พัฒนา รถกระบะ อีวี.ของ ดีแม็กซ์ เจ้าตลาด ในไทย ปีก่อน ก็มีข่าว ว่า อีซูซุ ให้เงินสนับสนุน กับพันธมิตร ทางการค้าอย่าง จีเอ็ม. เต็มที่เพราะ อีซูซุ มีกำไร ทุกปี แถมยังเป็นเต้ย ในแง่ของรถดีเซลเพราะมีเขา เจ้าเดียวที่ทำ ดีเซล. และยังร่วมผลิต เครื่อง วี6 เชฟโรเล็ต ในอเมริกา ส่วน รถบรรทุก ก็รวมมือกับ ฮีโน่ ในการพัฒนา รถ บรรทุก เพื่อต่อสู้กับรถยุโรป แบบ ฟูลเซลล์ เพราะระบบนี้ เหมาะกับรถ บรรทุก ให้ แรงบิด มหาศาล ตอนนี้ ก็เห็น เชฟโรเล็ต ซิลเวอร์ราโด ออกมาแล้ว แสดงว่า ที่ร่วมทุนกับ จีเอ็ม และฮอนด้า น่าจะ สำฤิทธิ์ผล รถกระบะ อีวี.ในกลุ่มของ จีเอ็ม. ผลิตแล้ว และคู่แข่ง คือ เอฟ.150 ก็เปิดจองแล้ว แสดงว่า ดีแม็กซ์ แค่ออกแบบ กระดอง หรือ ตังถัง และ กระจังหน้าและชุดไฟใหม่ ยกมาครอบเฟรม และแน่นอน อีซูซุ น่าจะมีความพร้อม ว่าจะบริหารจัดการ จัดซื้อ จัดจ้าง แบตเตอรี่ จากใคร เพราะเคยมีข่าวว่า ร่วมทุ่นกับกลุ่มเดิม ก็สรุปว่า ตอนนี้ ดีแม็กซ์ อีวี.น่าจะวิ่งทดสอบแล้ว เหมือนกับเอ็มจี ของจีน ที่เขาจะเอามาขายเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ว่าที่ ค่ายไหนเข้าสู้การเปลี่ยนถ่ายได้เร็ว รถนั้นก็จะ ได้เปรียบแน่นอน สำหรับ พี่เบิ่ม ของเรา อย่าง รีโว่ ไม่รู้ว่าดำเนินการไปถึงไหน มัวแต่ พูดถึง ไฮบริจ อยู่นั้น อย่าลืมว่า ตอนนี้ กับ3 ปีที่แล้ว สถานการณ์มันพลิกผัน เพราะว่าแน่นอน รัสเซีย รบกับ ยูเครน ราคาน้ำมัน มันจะเตะ ลิตรละ 60 แล้ว แม้ว่า ดีเซล รัฐบาลจะไม่เก็บ เงินเข้ากองทุน ฯ แต่ ถ้าค่ายรถมีรถอีวี. ออกมา มันก็น่าสนใจ ไปตามยุคสมัย เพราะ ภาษีรถ อีวี. ก็น่าสนใจ ไม่น้อย รถก็ส่งเสริม อย่างที่บอก ใครปรับตัวไม่ทัน จะเป็นเหมือน มือถือ โนเกียร์ ที่หายไปจาก ความทรงจำ ของคนไทย และชาวโลก แม้จะเปลี่ยน เจ้าของใหม่ ก็ตาม อย่าลืมว่า เดียวนี้ โรงงานผลิต ชิพฯ กลับมาผลิตเต็มกำลังแล้ว ถ้าอย่างนี้ ปลายปีนี้ มิตซูบิชิ เปิดตัวกระบะอีวีก่อน ,ดีแม็กซ์ย่อม เบ่งกร้ามทันที่, เรนเจอร์ ก็ซุ่มอยูแล้ว และเอ็มจี.ก็ต้อง มาแน่นอน ,จะมาอ้าง ที่ชาร์ท หรือ กฟผ.จะมีไฟฟ้าให้ นั้น ไม่ทันชาวบ้านนะ เพราะว่า เขามีกำลังซื้อ หรือ มีความต้องการ มูลค่า และโอกาสมา ซัพพาย จะจัดหาให้เอง ตอนนี้ โตโยต้า คงจะเครียดไม่น้อย เพราะ องค์กรใหญ่มาก กว่าจะ อนุมัติ ก็ อาจช้า ก็ได้

  20. ถ้ารถไฟฟ้าดีขนาดนั้นเราคงได้เห็นรถ18ล้อบรรทุกของ50ตันวิ่งขนส่งจากเชียงรายมากทม.บ้างแล้วครับ

  21. กระบะไฟฟ้าโฟวีลแคมปิ้ง บรรทุก500 กก เหมาะ_สี่ประตู ก็เหมาะ //แบก2 ตัน ปีน เนิน นำ้มัน เหมาะ

  22. อย่าช้ารีบรีบมารออยู่เด้อ
    หรืออยากเป็นเจ้าพ่อตลาดวาย
    แต่ราคาต้องเป็นมิตรด้วยนะขอบอก

  23. สบายเลยนะครับ เฉพาะ กฎหมาย เรื่อง ของเสีย จาก อุตสาหกรรม บ้านเราก็พร้อม โรงพยาบาล เราก็เก่ง เราไม่เคยได้รับจากโทษ กระบวนการ กำจัดของเสีย เลยแม้แต่น้อย บ้านเราเก่งเรื่องนี้

  24. ทำกระบะ4ประตูส่วนบุคคลออกมา คนจะซื้อใช้ก็มีพอสมควร
    ดันตรงนี้ก่อน
    แล้วลงไปกระบะแคป กระบะตอนเดียวในอนาคต

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button