Car Thailand

รถยนต์ ญี่ปุ่น – ทำไม ญี่ปุ่น ยังไม่ใช่เบอร์หนึ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า | TODAY Bizview

มาดูบทความ “รถยนต์ ญี่ปุ่น – ทำไม ญี่ปุ่น ยังไม่ใช่เบอร์หนึ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า | TODAY Bizview” ที่รวบรวมโดย Đại Lý Suzuki Đại Lợi จากแหล่งต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต ผู้แต่ง workpointTODAY มียอดวิวสูงบนแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์ก

การอ้างอิงวิดีโอ รถยนต์ ญี่ปุ่น – ทำไม ญี่ปุ่น ยังไม่ใช่เบอร์หนึ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า | TODAY Bizview

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รถยนต์ ญี่ปุ่น – ทำไม ญี่ปุ่น ยังไม่ใช่เบอร์หนึ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า | TODAY Bizview

ญี่ปุ่นครองตลาดรถยนต์มาอย่างยาวนาน แต่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอาจยังไม่ถึง ทำไมในอดีตของญี่ปุ่นถึงแม้จะเคลื่อนไหวช้าและในอนาคตจะเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่? วัฒนธรรมญี่ปุ่น #บริษัทรถยนต์ #workpointTODAY | ทำพรุ่งนี้ ข่าววันนี้ ข่าววันนี้ ข่าวด่วน ข่าวธุรกิจ #TODAYBizview #ความรู้สำหรับวันนี้ ติดตาม TODAY Bizview ไม่พลาดข่าวธุรกิจ การตลาด การเงิน เทคโนโลยี ผ่านการติดตาม Bizview TOMORROW โปรแกรมความรู้ทางธุรกิจ สำหรับวันพรุ่งนี้ทางอีเมล์ติดต่อโฆษณา advertorial@workpointnews.com

ค้นหาบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเกี่ยวกับคีย์เวิร์ด รถยนต์ ญี่ปุ่น

ด้านล่างนี้คือผลการค้นหาสำหรับคำหลัก “รถยนต์ ญี่ปุ่น” จากหน้า Wikipedia ThaiLand ที่มีการค้นหามากที่สุดใน Google

ดูโพสต์ที่เจาะจงมากขึ้น

รูปภาพของ รถยนต์ ญี่ปุ่น

รถยนต์ ญี่ปุ่น
รถยนต์ ญี่ปุ่น

แหล่งที่มาของวิดีโอ ทำไม ญี่ปุ่น ยังไม่ใช่เบอร์หนึ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า | TODAY Bizview

https://www.youtube.com/watch?v=GIQPQxbrqJA

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ทำไม ญี่ปุ่น ยังไม่ใช่เบอร์หนึ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า | TODAY Bizview

  • ผู้แต่ง: workpointTODAY
  • จำนวนการดู: 19084
  • อัตรา: 5.00
  • ชอบ: 372
  • ไม่ชอบ:
  • ค้นหาคำสำคัญ: workpoint news,ข่าวเวิร์คพอยท์,workpoint today,ข่าว,news,ข่าวด่วน,เวิร์คพอยท์,ข่าววันนี้,ความรู้,สาระ,ญี่ปุ่น,อุตสาหกรรมรถยนต์,รถยนต์ไฟฟ้า,จีน,รัฐบาลจีน,วัฒนธรรมญี่ปุ่น,บริษัทรถยนต์
  • คีย์เวิร์ดอื่นๆ: รถยนต์ ญี่ปุ่น
  • คำอธิบายวิดีโอ: ญี่ปุ่นครองตลาดรถยนต์มาอย่างยาวนาน แต่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอาจยังไม่ถึง ทำไมในอดีตของญี่ปุ่นถึงแม้จะเคลื่อนไหวช้าและในอนาคตจะเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่? วัฒนธรรมญี่ปุ่น #บริษัทรถยนต์ #workpointTODAY | ทำพรุ่งนี้ ข่าววันนี้ ข่าววันนี้ ข่าวด่วน ข่าวธุรกิจ #TODAYBizview #ความรู้สำหรับวันนี้ ติดตาม TODAY Bizview ไม่พลาดข่าวธุรกิจ การตลาด การเงิน เทคโนโลยี ผ่านการติดตาม Bizview TOMORROW โปรแกรมความรู้ทางธุรกิจ สำหรับวันพรุ่งนี้ทางอีเมล์ติดต่อโฆษณา advertorial@workpointnews.com
ญี่ปุ่นครองตลาดรถยนต์มาอย่างยาวนาน แต่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอาจยังไม่ถึง ทำไมในอดีตของญี่ปุ่นถึงแม้จะเคลื่อนไหวช้าและในอนาคตจะเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่? วัฒนธรรมญี่ปุ่น #บริษัทรถยนต์ #workpointTODAY | ทำพรุ่งนี้ ข่าววันนี้ ข่าววันนี้ ข่าวด่วน ข่าวธุรกิจ #TODAYBizview #ความรู้สำหรับวันนี้ ติดตาม TODAY Bizview ไม่พลาดข่าวธุรกิจ การตลาด การเงิน เทคโนโลยี ผ่านการติดตาม Bizview TOMORROW โปรแกรมความรู้ทางธุรกิจ สำหรับวันพรุ่งนี้ทางอีเมล์ติดต่อโฆษณา advertorial@workpointnews.com

ญี่ปุ่นครองตลาดรถยนต์มาอย่างยาวนาน แต่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอาจยังไม่ถึง ทำไมในอดีตของญี่ปุ่นถึงแม้จะเคลื่อนไหวช้าและในอนาคตจะเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่? วัฒนธรรมญี่ปุ่น #บริษัทรถยนต์ #workpointTODAY | ทำพรุ่งนี้ ข่าววันนี้ ข่าววันนี้ ข่าวด่วน ข่าวธุรกิจ #TODAYBizview #ความรู้สำหรับวันนี้ ติดตาม TODAY Bizview ไม่พลาดข่าวธุรกิจ การตลาด การเงิน เทคโนโลยี ผ่านการติดตาม Bizview TOMORROW โปรแกรมความรู้ทางธุรกิจ สำหรับวันพรุ่งนี้ทางอีเมล์ติดต่อโฆษณา advertorial@workpointnews.com

ญี่ปุ่นครองตลาดรถยนต์มาอย่างยาวนาน แต่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอาจยังไม่ถึง ทำไมในอดีตของญี่ปุ่นถึงแม้จะเคลื่อนไหวช้าและในอนาคตจะเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่? วัฒนธรรมญี่ปุ่น #บริษัทรถยนต์ #workpointTODAY | ทำพรุ่งนี้ ข่าววันนี้ ข่าววันนี้ ข่าวด่วน ข่าวธุรกิจ #TODAYBizview #ความรู้สำหรับวันนี้ ติดตาม TODAY Bizview ไม่พลาดข่าวธุรกิจ การตลาด การเงิน เทคโนโลยี ผ่านการติดตาม Bizview TOMORROW โปรแกรมความรู้ทางธุรกิจ สำหรับวันพรุ่งนี้ทางอีเมล์ติดต่อโฆษณา advertorial@workpointnews.com

แหล่งรวม: Suzuki Đại Lợi

#ทำไม #ญปน #ยงไมใชเบอรหนงในตลาดรถยนตไฟฟา #TODAY #Bizview

Related Articles

41 Comments

  1. ไม่ว่าอย่างไรซักวันก็ต้องเปลี่ยนแปลง น้ำมันอย่างไรต้องขาดแคลนในซักวัน อาจจะไม่ใช่เร็วๆนี้ แต่ก็ไม่ใด้แปลว่าจะไม่หมด

  2. น่าเสียดาย ไม่มีสำนักข่าวไหน วิเคราะห์ เรื่องญี่ปุ่น นี่ ตรงจุดซักรายเลย work point ก็ไม่ได้รู้ถึง ข้อเท็จจริง น่าเสียดาย

  3. ถ้าญี่ปุ่นยังช้าแบบนี้ รับรองได้เลยว่า จะเป็นเหมือน Nokia แน่นอน

  4. บริษัทญี่ปุ่นมันรวยแต่เปลือกไม่มีทุนเปลี่ยนทั้งระบบเจอเงินฝืดมายี่สิบปี

  5. ผมว่า ควรที่จะพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าควบคู่ไปกับรถน้ำมันดีกว่าครับ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคคนับ เพราะไม่ใช่ทุกประเทศที่จะกระโดดไปหารถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% ครับ ถ้าใครอยากรักษ์โลกก็ใช้รถยนต์ไฟฟ้า แต่ถ้าใครคุ้นเคยแบบเดิมก็ใช้รถน้ำมัน แบ่งกันยังงี้เลยครับ

  6. มันคือการมองรอบด้านรึเปล่า การทำธุรกิจแบบอนุรักษ์นิยมใช่แหละ แต่องค์ประกอบมันไม่ได้อยู่แค่ตัวรถ การคาดการณ์ทรัพยากรต้องลดความเสี่ยงมากที่สุด ค่ายญี่ปุ่นเค้าพัฒนาไฟฟ้ามาหลายทศวรรษแล้วนะครับ ทุกอย่างอยู่แค่จังหวะ

  7. ประเทศอื่นในอาเซี่ยนเค้าเห่อรถไฟฟ้าเหมือนไทยไหม จีนเริ่มทำรถไฟฟ้าเร็วเพราะเครื่องยนต์สันดาปทำออกมาห่วยไง บวกกับได้อานิสงจากเจ้าพ่อสายปั่น ที่ทำให้ tesla กลายเป็น iconic ของคนยุคใหม่ที่มีตังค์

  8. อาชีพอวยจีน เลิกเถอะ งานอื่นเยอะแยะ จีนแม่งจ้างคนมโน ไหนรถจีน เต็มถนนเลยอวยไม่มองความจริง

  9. ญี่ปุ่นพลาดไปหลายอย่างแล้ว ไอทีก็เสียให้กับเกาหลีใต้และไต้หวันไปแล้ว ทีวี ตู้เย็นก็เสียให้กับเกาหลีและจีนไปแล้ว รถยนต์ก็เชื่องช้าไม่ยอมปรับตัว
    มีอย่างเดียวที่ญี่ปุ่นยังล้ำหน้าเพื่อนคือ ตลาดเอวี

  10. ง่ายๆเลยที่นึกไม่ถึง คือแหล่งแร่และการผลิตแบตเตอรี่ ญี่ปุ่นไม่มีและทำไม่ได้ จึงปล่อยให้จีนเดินหน้า รถไฟฟ้าครับ ฟังเขาเล่ามาครับ

  11. ตลาดเดิมเขาคือเบอร์ 1 ของโลก ไม่จำเป็นต้องรีบขยับมากก็ได้ เพราะยังทำกำไรได้ดีอยู่ ยุคเปลี่ยนผ่านมันไม่ได้เกิดขึ้นรวดเร็วขนาดนั้น ไม่ใช้ทุกคนจะมีเงินหาซื้อรถใหม่ได้ทันที
    อีกอย่างจีนที่เริ่มได้เร็วเพราะเขาพยายามส่งเสริมพึ่งพาตนเอง ลองผิดลองถูกเทคโนโลยีใหม่ๆลดการพึ่งพารถต่างชาติ โดยมีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าใช้งานกันช้านานก่อนที่กระแสรถยนต์ไฟฟ้าจะมา

  12. ญี่ปุ่นถือว่าเป็นเจ้าแห่งเครื่องยนต์ต่อต้านเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าเพราะคิดว่ารถยนต์สันดาปภายในที่ตนเองทำมีความได้เปรียบต่อคู่แข่งอื่นสูง
    แถมผู้บริหารรถยนต์ญี่ปุ่นในไทยยังมาหลอกคนไทยว่ารถยนตไฟฟ้า(BEV)คนไทยไม่พร้อมในเรื่องของทางด้านเทคนิคข้อและการซ่อมบำรุงและผู้ใช้เองก็ยังไม่พร้อม บริษัทญี่ปุ่นทำให้ปรับตัวก็ไม่แคล้วเป็น nokia, motorola

  13. ก็ยี่ปุ่นมันออกแบบรถไม่สวยมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ที่คนไทยใช้เยอะเพราะจำใจใช้มันราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับรถยุโรป แต่ต่อไปแพ้รถจีนแน่นอนเพราะออกแบบสวยทรงสปอตโดนใจพี่ไทยเค้าแหละ😍😍แถมราคาก็ถูกพอๆกับรถยี่ปุ่นแล้ว

  14. ที่เคยทำบริษัทญี่ปุ่นนะครับ วัฒนธรรมองค์กรขยับช้า ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง จะทำอะไรสักอย่างประชุมวนๆไปเสียเวลาชีวิต กฎระเบียบเหมือนอยู่โรงเรียน ไม่ยืดหยุ่น ระดับขั้นตอนเยอะ ระบบอาวุโสแรงมาก คิดอยู่นั่นแหละ ไม่ลงมือทำ หลักๆคือห่วงซัพพลายเออร์ เพราะห่วงโซ่อุปทานมันใหญ่มากกระทบคนจำนวนมาก ตรงนี้ผมเข้าใจญี่ปุ่นนะ แต่มันช้ากว่าจีนเยอะ อีกอย่างแบตก็สู้จีนไม่ได้ทั้งต้นทุนและคุณภาพ ในขณะที่จีนไปไกลมากเรื่องยานยนต์ไฟฟ้า จีนผมมองว่าเค้าเป็นประเภทมองไกล กล้าได้กล้าเสีย กล้าลงทุน คือตลกมากทุกวันนี้ที่คนไทยดูถูกจีน ขนาดอเมริกายังมองเป็นศัตรูเลย ไทยเองก็ต้องระวังนะครับ ไทยเป็นฐาการผลิตรถยนต์สันดาปให้ญี่ปุ่นปีละเป็นล้านคัน คือถ้าไม่หาพันธมิตรใหม่อย่างจีน เกาหลี ยุโรป ดึงเค้ามาลงทุน ประเทศเราแย่แน่ รอญี่ปุ่นบอกเลยครับหวังลมๆแล้งๆ

  15. เมื่อสัก 7-8 ปีก่อนเคยได้ยินคนในวงการบอกว่าญี่ปุ่นเขาสนใจรถไฟฟ้าแหละ
    แต่ต้องรอให้ตลาดกว้างเกิด economy of scale ก่อน ก็ไม่รู้จริงมั้ย? หรือดื้อไม่ยอมเปลี่ยนก็ไม่รุ😅

  16. ชวนกันคิด แล้วเราจะเอาไฟฟ้าที่ไหนมา supply ให้พอ แค่นี้ทั้งโลกก็ยังมีวิกฤตไฟฟ้าอยู่เลย

  17. ถามกันตรงๆ แล้วทำไมต้อง“ญี่ปุ่น" เทคโนโลยีรถไฟฟ้า จีนเขาถนัด ราคาถูก ก็ซื้อจีนสิ ส่วนญี่ปุ่นเขาถนัดเครื่องยนตร์ ใครยังชอบก็ซื้อญี่ปุ่น จะเอามาเปรียบเทียบกันทำไม?
    เทคโนโลยีก็คนละแบบ มันไม่ใช่รถไฟฟ้ามา“ทดแทน"รถน้ำมัน
    แต่รถไฟฟ้ามา“แทนที่"รถน้ำมัน.

  18. ยุ่น คิดว่าผูกขาดตลาดรถน้ำมันชนชั้นกลาง ในขณะที่รถไฟฟ้าราคาสูง แต่เจอจีนผลิตออกมาถูกมาก จบเกม เบตเตอรี่รุ่นใหม่ใช้ทน10-40ปี วิ่งได้ไหล 100-500กม. ชาร์คได้ไว ส่งรถน้ำมันกลับบ้านเก่าในอีกไม่เกิน15ปี เอาให้แบบไม่ได้เกิดไม่ได้ผุด

  19. กระแสรถไฟฟ้ามาเร็วเกินกว่าที่ค่ายญี่ปุ่นวางแผนเอาไว้ อีกทั้งยังลงทุนในอุตสาหกรรมรถสันดาปไว้ทั่วโลกแล้ว การจะเปลี่ยนทันทีต้องใช้เงินลงทุนอีกเยอะ ไม่เหมือนจีนที่สามารถเลือกลงทุนใหม่ในรถไฟฟ้าได้เลยทันที แต่ทั้งนี้ปัจจุบันฝุ่นยังตลบอยู่ ค่ายเก่าค่ายใหม่ค่ายเล็กค่ายใหญ่ลงมาแบ่งเค้กรถไฟฟ้ากันสนุกสนาน แต่ในมี่สุดแล้วจะเหลือของจริงเท่านั้นที่จะอยู่รอดในอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าได้จริงๆ

  20. รถไฟฟ้ามันไม่ได้เหมาะกับทุกภูมิภาคของโลก พื้นที่ลาดชันเยอะๆกับพื้นที่มึน้ำท่วมบ่อยๆรถไฟฟ้าอาจพังก่อนจะได้ใช้คุ้ม ญี่ปุ่นทั้งมีไต้ฝุ่นบ่อยพื้นที่ก็ลาดชันเยอะเรียกได้ว่าพื้นที่ญี่ปุ่นมันไม่เหมาะกับรถแบบนี้ ออสเตเรียหรือตะวันออกกลางที่ฝนตกน้อยพื้นที่ลาดชันน้อยจะเหมาะกว่า ซึ่งอุตสาหกรรมรถยนต์ในญี่ปุ่นจะให้ซื้อรถไฟฟ้าแล้วต้องต่อแพกันน้ำท่วมสึนามิหรือวิ่งพื้นที่ลาดชันแล้วไฟหมดก่อนถึงที่หมาย บ.รถยนต์ในญี่ปุ่นไม่น่าจะอยากผลิตมันทำได้แค่ผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้นแต่ใช้เองไม่ได้

  21. ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ญี่ปุ่นยังตามหลังเจ้าอื่นแต่ ระบบAIต่างๆ ซึ่งเป็นหัวใจของรถไฟฟ้าก็โดน จีน เกาหลีแซงไปหมดแล้ว
    ญี่ปุ่นกำลังตกขบวนการปฏิวิติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 อยู่

  22. ข่าวสายจีนอวยจีนยังล้าหลังญี่ปุ่นเยอะคนละเรื่องญี่ปุ่นเขาคิดไกลเยอะแล้วเขาเดินไปไกลคนละเรื่องอย่ามาโม้

  23. ใครยังจำนิทาน กระต่ายกับเต่าได้ไหมครับ ญี่ปุ่นมั่นใจว่าตัวเองเก่งที่สุดยังไงก็ชนะ เห็นจีนเป็นเต่า ระวังเต่าจะเข้าเส้นชัยทิ้งกระต่ายไว้ข้างหลัง

  24. ญี่ปุ่น​ ไม่อยากให้โลกเปลี่ยนไป​ใช้รถไฟฟ้า​ เพราะ​จะมีผลกระทบ​ กับอุตสาหกรรม​ การจ้างงานของคนญี่ปุ่น​

  25. ญี่ปุ่นเขาจะมองไกล ไม่ใช่สุกเอาเผากินแบบจีน รถไฟฟ้าก็ทำลายสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม ก่อนที่จะเป็นไฟฟ้า ใช้ทรัพยากรถ่านหิน น้ำมัน สร้างเขื่อน(จีน สร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง ไม่รู้กี่เขื่อน ทำลายทุกสิ่งอย่าง ประเทศปลายน้ำได้รับผลกระทบก็ไม่ใส่ใจ ) รถไฮโดรเจน น้ำเป็นทรัพยากรที่มีมากมาย ไม่ได้หมดง่ายๆ ส่วนคุณคนที่ใช้รถEV ก็คงเหมือนกันใช้ VCD เมื่อก่อน และมีDVDมาแทนในเวลาไม่นาน

  26. ยาก โดนทิ้งไว้ข้างหลังได้เลย เพราะ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ และมอเตอร์ซิงโครโนส จีนได้เปรียบกว่าเยอะต้นทุนก็ได้เปรียบที่สุด

  27. มันไม่ใช่แค่มิติที่ว่ารถสัยดาป จะยังคงขายได้หรือไม่ แต่ในเมื่อคลื่นความเปลี่ยนแปลงมันเกืดขึ้นแล้ว ไทยเราวางตัวเองอยู่ตรงไหน แล้วรัฐในฐานะผู้มีอำนาจกำหนดทิศทาง จะเปิดกว้างและส่งเสริมให้ตลาดในประเทศได้ใช้เทคโนโลยีรถ BEV มากแค่ไหน
    หรือจะซึมๆค่อยๆเปลี่ยนตามนโยบายบ.ยานยนตร์ญี่ปุ่น ยื้อ supply chainเครื่อง สันดาปไว้ เรื่อง EV ไม่ต้องรีบเอาไว้ให้เศรษฐี 5% 8% ใช้กัน คนธรรมดาก็เติมน้ำมันปันฝุ่นควันกันไป

  28. เพราะแกนหลักธุรกิจประเทศเป็นสันดาป ไม่จำเป็นต้องขยับ ถ้าไม่มีใครมา disrupt

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.

Back to top button